• คิดอย่าง

เมื่อโทรศัพท์หายที่อยุธยา สู่เรื่องการผจญภัยในเส้นทางใหม่

อัปเดตเมื่อ 31 ต.ค. 2564

Lost (smartphone) in Ayutthaya: All roads lead to a new journey


 

เรื่องและภาพโดย

ชนิกานต์ นิ่มปลื้ม

By Shanikant Nimplum

นักศึกษาฝึกงานโครงการอนุรักษ์วัดไชยวัฒนาราม ปี 2564

Intern of Wat Chaiwatthanaram Conservation Project (AFCP Wat Chai Internship 2021)



ในยุคที่โทรศัพท์มือถือแทบจะเป็นปัจจัยที่ 5 ในการดำรงชีวิต การหายไปของโทรศัพท์สมาร์ตโฟนสักเครื่องจะกลายเป็นเรื่องใหญ่และเรื่องเร่งด่วนในชีวิตทันทีอย่างไม่น่าแปลกใจ


ในเวลาโพล้เพล้ของวันธรรมดาวันหนึ่งในชีวิตนิสิตฝึกงานโครงการอนุรักษ์วัดไชยวัฒนาราม ฉันกลับถึงที่พักด้วยรถตุ๊กตุ๊กหน้ากบเหมือนอย่างเคย จากนั้นจึงค่อยรู้ตัวว่าสมาร์ตโฟนเครื่องเก่าเก็บกรุของฉันที่ใช้มานานสี่ปีได้อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอยเสียแล้ว


พลันทันใดความวุ่นวายก็บังเกิด ฉันรีบขอให้เพื่อนนักศึกษาฝึกงานติดต่อไปหาเพื่อนอีกคนหนึ่ง

ที่ยังไม่กลับจากวัดไชยวัฒนารามเพื่อช่วยตามหาโทรศัพท์ ฉันคาดว่าตัวเองคงจะลืมเอาไว้ขณะกำลังทำงานในไซต์ แต่เมื่อเวลาผ่านไปพร้อมกับความร้อนใจของฉันที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

ก็ยังคงไร้วี่แววของข่าวดี

------.------

In an era where mobile phones are almost the fifth factor in life. Unsurprisingly, the disappearance of a smartphone becomes a significant and urgent matter in life.


It was a typical day of my life as a student intern at Wat Chaiwatthanaram Conservation Project. I returned to my accommodation as usual in a frog-like, Tuk-Tuk car. (the car with three wheels having a long backside to carry people). Then I gradually realized that my smartphone was lost without a trace.


Suddenly, chaos ensued. I hurriedly asked my fellow interns to contact another friend who had not returned from Wat Chaiwatthanaram to help me find the phone. I expected myself to forget while working on the site. However, the more time flies the more pressure I have because there was still no sign of good news.




ความหวังต่อมาจึงเป็นการใช้ฟังก์ชัน find my phone ของ Google เพื่อพยายามหาตำแหน่งสมาร์ตโฟนจาก GPS (แม้ว่าตัวฉันเองจะไม่ค่อยเชื่อถือประสิทธิภาพความแม่นยำของ GPS ใน Google Map มากนักก็ตาม) ฉันพบว่าโทรศัพท์ของฉันไปอยู่บริเวณย่านใกล้วัดแม่นางปลื้ม โดยไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ นั่นจึงเป็นเบาะแสแรกที่ทำให้ฉันสงัยว่า หรือโทรศัพท์ของฉันจะหล่นอยู่ในรถตุ๊กตุ๊กที่ฉันโดยสารไปทำงานอยู่เป็นประจำ


สำหรับรถตุ๊กตุ๊ก หรือรถสามล้อ หรือรถหน้ากบ (หรือรถกะป๊อ ตามที่เพื่อนของฉันเรียก) คือรถรับจ้างที่เป็นเอกลักษณ์และได้รับความนิยมมากในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะในเกาะเมือง ผู้โดยสารสามารถเดินทางรอบเกาะเมืองอยุธยาด้วยรถชนิดนี้ในราคาห้าบาทไปจนถึงสิบบาท(ขึ้นอยู่กับระยะทาง) นักท่องเที่ยวต่างชาติก็ได้ราคาเดียวกัน ส่วนสำหรับคนที่อยู่อยุธยาหลายวัน คนขับรถมักจะให้เบอร์ติดต่อกับลูกค้าเอาไว้ในกรณีที่อยากเรียกรถแต่โบกรถตามทางไม่ได้ การโทรเรียกให้รถตุ๊กตุ๊กมารับถึงที่จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่คนอยุธยานิยมทำกัน ฉันที่(แกล้งๆ)เป็นคนอยุธยามาแล้วสองเดือน จึงใช้โทรศัพท์ของเพื่อนโทรไปตามเบอร์ที่คุณลุงคุณป้า สองสามีภรรยาเจ้าของรถตุ๊กตุ๊กที่รับส่งฉันอยู่ประจำเคยให้ไว้


คุณป้ารับสายด้วยน้ำเสียงน่าฟังเหมือนอย่างเคย และในทันใดที่ฉันแจ้งคุณป้าว่าฉันอาจจะทำโทรศัพท์ตกขณะนั่งรถกลับบ้าน คุณป้าก็ร้องบอกด้วยความตื่นเต้นว่าสมาร์ตโฟนเจ้าปัญหาเครื่องนั้น คุณป้าเป็นผู้พบเจอบริเวณท้ายรถเนื่องจากได้ยินเเสียงร้องของมัน (ฉันล็อกอิน Google account ในแล็ปท็อปแล้วเปิดเสียงโทรศัพท์จากฟังก์ชัน find my phone) ฉันที่ร้อนใจประหนึ่งไฟไหม้บ้าน ตัดสินใจจะขี่จักรยานไปยังบ้านของคุณป้าเพื่อรับโทรศัพท์คืน (ในคราวแรกคุณป้าเสนอว่าจะนำมาคืนให้ตอนเช้าวันถัดไป แต่ฉันกังวลใจจนไม่เป็นอันทำอะไรเลยอยากจะได้คืนเดี๋ยวนั้นเสียมากกว่า)


ฉันกับพี่แม็กซ์ (คุณปัญจเวช บุญรอด) ผู้แวะมาพักที่อยุธยากับเหล่าเด็กฝึกงานวัดไชยฯ

จึงตัดสินใจขี่จักรยานออกไปยังบ้านของคุณป้าที่อยู่ย่านวัดวงษ์ฆ้อง

โดยหารู้ไม่ว่าจะมีเรื่องราวแบบใดรออยู่ที่ปลายทาง

------.------

My next hope was to use Google's ‘find my phone’ function to locate my smartphone from GPS (although I do not personally trust the accuracy of GPS in Google Maps). It showed that my phone was around the area near Mae Nang Pluem Temple without any movement. That was the first clue if my phone fell in the Tuk-Tuk car I regularly take for work.


The Tuk-Tuk car is a tricycle or a frog-faced-like vehicle finding especially in Ayutthaya Province (or a Ka-pour car, as my friends call it). Passengers can travel around the island of Ayutthaya by taking this type of car at the rate of five baht to ten baht. (depending on the distance) Foreign tourists will also get the same price. For those who stay in Ayutthaya for several days, drivers often give their customers a contact number if they, unfortunately, cannot find cars to take. Calling the Tuk-Tuk to pick them up is another popular way for Ayutthaya people to do so. As I (pretend to be) have been a local Ayutthaya for two months, I used my friend's phone to call the uncle and auntie who own that Tuk-Tuk car I had taken.


Auntie answered the call in a pleasant tone as usual, and when I informed her that I might have dropped my phone in her car while driving home, auntie cried out with excitement. Antie found the phone in the back of her car because of its screams. (I logged into my Google account on a laptop and turned the ring on from the “Find my phone” function). Therefore, I decided to bike to the aunt's house to get my phone back. (At first, Auntie offered to bring it back the following day, but I was worried, so I could not focus on anything. I wanted to get it back right away.) Khun Max (Mr.Panjwetch Boonrawd) and I, who came to stay in Ayutthaya with the interns at Wat Chai, decided to ride a bicycle out to aunt's house near Wat Wong Khong, without knowing what kind of story would await at the destination.





เส้นทางขี่จักรยานรอบเกาะเมืองกรุงเก่าไม่ง่ายดายอย่างที่คาดคิด แม้ว่าฉันเองจะมีประสบการณ์ในการขี่จักรยานที่อยุธยามาหลายครั้ง ฉันยังคงต้องยอมรับว่าเส้นทางถนนอู่ทองรอบเกาะเมืองเป็นหนึ่งในเส้นทางปราบเซียนสำหรับนักปั่นมือสมัครเล่นจริงๆ รถราที่ขวักไขว่ ไหล่ทางอันคับแคบ สี่แยกพลุกพล่าน ต่างเป็นอุปสรรคสำคัญในการเดินทางครั้งนี้


แม้ว่าอยุธยาจะมีการสร้างเลนจักรยานสำหรับนักท่องเที่ยวในโซนใจกลางเกาะเมือง ทว่าเลนดังกล่าวกลับไม่ค่อยเหมาะกับการขี่จักรยานอย่างที่ควรจะเป็น ทั้งถนนที่ไม่มีการขยายเพิ่มเพื่อสร้างเลนจักรยานโดยเฉพาะ ยังคงเป็นเลนที่แชร์ร่วมกับจักรยานยนต์ รถแน่นขนัดเบียดเสียดกันจากการตัดแบ่งเลนรถยนต์เดิมไปเป็นเลนจักรยาน และปัญหาพื้นที่คับแคบไม่สามารถขยายตัวได้เนื่องจากติดพื้นที่โบราณสถาน เลนจักรยานในอยุธยาจึงตกอยู่ในสภาพครึ่ง ๆ กลาง ๆ มีเพียงในพื้นที่ไม่กี่แห่ง และไม่ครอบคลุมเกาะเมืองทั้งหมดอย่างที่ควรจะเป็น อย่างไรก็ตาม การมีเลนจักรยานก็อาจทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วนรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นเมื่อใช้จักรยานท่องเที่ยวรอบเกาะเมือง จะเป็นเพราะความตั้งใจอันแรงกล้าหรืออย่างไรก็ไม่อาจทราบได้ ในที่สุดฉันและพี่แม็กซ์ก็เดินทางมายังวัดวงษ์ฆ้องสำเร็จ ทว่าหนทางต่อจากนั้นกลับเป็นสิ่งที่ทั้งฉันและพี่แมกซ์ต่างก็ไม่คาดฝัน

จักรยานสองคันพาฉันและพี่แมกซ์ลัดเลาะไปตามเส้นทางชุมชนใกล้วัดวงษ์ฆ้อง แต่ไม่ว่าจะไกลเท่าไหร่ก็ไม่เหมือนจะเห็นศาลเจ้าไม้ขนาดเล็กที่เป็นหมุดหมายสำคัญของการเดินทางตามที่คุณป้าบอกมาเสียที จากนั้นเมื่อหลงเข้าซอยผิดไปหนึ่งครั้ง วนเข้าวัดวงษ์ฆ้องไปอีกหน และเลี้ยวเข้าซอยที่คาดว่าน่าจะใช่แต่กลับไม่พบอะไรที่สุดซอย เราทั้งสองต่างก้าวขาลงจากจักรยานแล้วโทรศัพท์ติดต่อคุณป้าเพื่อขอคำแนะนำ ทว่าคำอธิบายเส้นทางของคุณป้าก็ยังชวนงงงวยสำหรับคนสองคนที่ยังไม่คุ้นชินกับอยุธยา

หันรีหันขวางไปมากันได้สักพัก ฉันและพี่แม็กซ์ตัดสินใจลองไปดูยังซอยที่คิดว่าน่าจะใช่อีกครั้ง คราวนี้เราเลี้ยวเข้าข้างศาลเจ้าเล็ก ๆ แห่งนั้นและมุ่งตรงไปยังสุดซอย จนกระทั่งผ่านร้านค้า ผ่านบ้านเรือน ผ่านสุนัขหลายตัว ในที่สุดเราก็เห็นรถตุ๊กตุ๊กหน้ากบสีม่วงอันเป็นเอกลักษณ์ของคุณลุงคุณป้าพร้อมกับได้ยินเสียงร้องเรียกที่ดังขึ้นมาด้วยความดีอกดีใจ


ฉันรีบจอดจักรยานและพุ่งตัวเข้าไปในบ้านคุณป้าเพื่อรับโทรศัพท์เจ้ากรรมเครื่องนั้น คุณป้าบอกเล่าให้ฟังอย่างตลกขบขันว่าได้ยินเสียงของมันดังลั่นท้ายรถ แต่แย่ตรงที่คุณป้ากลับปิดเสียงไม่เป็น (ฉันใช้ฟังก์ชันเล่นเสียงดัง ๆ เพื่อให้คนรู้ตำแหน่งโทรศัพท์ของฉัน) เพราะคุณป้าไม่ใช้สมาร์ตโฟน คุณลุงคุณป้าต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าฉันโชคดีเหลือเกินที่ผู้โดยสารคนอื่นไม่มีใครเก็บโทรศัพท์เครื่องนี้ไปเสียก่อน ฉันได้แต่ขอบคุณสองสามีภรรยาด้วยความตื้นตันใจ พร้อมกับคิดว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายดายเลยที่สมัยนี้จะมีคนเก็บของมีค่าอย่างโทรศัพท์ไว้คืนให้เจ้าของ ทว่าหลังจากอยู่อยุธยามาเป็นเวลาสองเดือน หลายสิ่งหลายอย่างกลับทำให้ฉัน คนเมืองกรุงผู้หวาดระแวงและไว้ใจคนยาก รู้สึกว่า ผู้คนที่น่ารัก ซื่อสัตย์และจริงใจ ยังคงพบได้ทั่วไปในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ราชธานีเก่าแก่แห่งนี้

------.------

Cycling routes around the old city islands of Ayutthaya are not as easy as some people might think. Although I have experienced cycling in Ayutthaya many times, I still have to admit that the U-Thong Road route around the city island is difficult for amateur cyclists. A busy car, narrow shoulder, and crowded intersection are the main obstacles in this journey.


Although Ayutthaya has a bicycle lane for tourists in the center of the city island, that lane is not as suitable for cycling as it should be. In addition, the road is not extended to create a bicycle lane specifically. It is still a shared lane with motorcycles, and there are crowded cars due to dividing the original car lane to the bicycle lane. Moreover, because the road is attached to ancient monuments, so it is unable to be expanded. Thus, the bicycle lanes in Ayutthaya seem incomplete. There are available only in a few areas and do not cover the entire city island as they are supposed to be. Anyway, having a bike lane might make some tourists feel safer when cycling around the island.


Whether it was due to intense will or not, Khun Max and I had successfully traveled to Wat Wong Khong in the end. However, the following path was something neither he nor I could expect.


Two bikes took Khun Max and me along the community path near Wong Khong Temple. No matter how far it was, it did not look like we would see a small wooden shrine, an important journey milestone that the auntie said. Then, I went to Wat Wong Khong again after being lost in the wrong alley and then decided to go into another supposing to be right. However, I did not find anything in the end, so Khun Max and I stepped off our bikes and called the aunt for advice. Unfortunately, the description of Auntie's route was still confusing for two people who were not familiar with Ayutthaya. Therefore, we went into the alley next to the small shrine and headed straight to the end with another effort. After passing a local store and the houses through many dogs, we finally saw the uncle's signature purple frog-faced Tuk-Tuk and heard his exultant call.


I quickly parked my bike and hurried into the aunt's house to get the damn phone. Auntie jokingly told me that she could hear a loud noise in the back of the car. Unfortunately, Auntie could not turn off the sound because she did not use a smartphone. (I used the loud play function to let people know the location of my phone.) Uncles and aunts all said that I was very fortunate that none of the other passengers had taken this phone away. Considering It is not easy nowadays for someone to keep valuables like phones for owners, I can only thank the couple with all my heart.




เมื่อคลายความกังวลเรื่องโทรศัพท์มือถือไปได้ ใจฉันจึงค่อยปลอดโปร่งโล่งสบาย ในเส้นทางขากลับสู่ที่พักพี่แม็กซ์เลือกจะพาฉันผจญภัยไปบนถนนหนทางที่ไม่คุ้นเคย เราตรงออกจากสะพานวัดวงษ์ฆ้อง มุ่งหน้าข้ามไฟแดงข้างวัดราชประดิษฐ์ เลี้ยวขวาหนึ่งครั้ง แล้วเลี้ยวซ้ายอีกที จากนั้นฉันจึงค่อยพบว่าจักรยานของตัวเองมาหยุดอยู่บริเวณข้างวัดราชบูรณะกับวัดมหาธาตุที่เงียบสงบ ปราศจากผู้คน พร้อมกับได้เห็นวิวโบราณสถานภายใต้แสงอาทิตย์อัสดงที่งดงามจนน่าประหลาดใจ


ฉันกับพี่แม็กซ์หยุดจักรยานไว้ ณ ตรงนั้น เราต่างชื่นชมภาพที่ได้เห็น ซึมซับสุนทรียะของอยุธยาในอดีต ปล่อยให้ความวิตกกังวล ความเครียด ความไม่สบายกายไม่สบายใจทั้งหลายมลายหายไปกับช่วงเวลาสุดท้ายของวัน


หลังจากนั้น แม้ว่าจะต้องขี่จักรยานเดินทางกลับอีกไกลราว 10 กิโลเมตร แต่การได้พบเห็นอยุธยาในมุมที่แตกต่างออกไป ทั้งบริเวณบึงพระรามที่ผู้คนมาออกกำลังกาย หน้าวัดพระศรีสรรเพชญ์ที่กลายเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ทำให้ฉันรู้สึกว่าได้ผ่อนคลายความเหนื่อยล้า และรับเอาพลังจากธรรมชาติและโบราณสถานที่สวยงามมาเป็นแรงบันดาลใจสำหรับวันพรุ่งนี้


อาจบางที การที่ฉันปล่อยให้ชีวิตได้ผจญภัย มีเรื่องตื่นเต้นเล็กๆน้อยๆเกิดขึ้นในแต่ละวัน ก็ทำให้วันเวลาที่แสนจะจืดจาง แห้งแล้ง เพราะสถานการณ์น่าเศร้าในปัจจุบัน สามารถกลับมามีสีสันอันสดใสอีกครั้งได้เหมือนอย่างในอดีต

------.------

After living in Ayutthaya for two months and facing this situation, many things have made me, a city girl who is hard to trust, feel that the lovely, honest, and sincere people could still be found everywhere in Ayutthaya province.


When I had no concern about losing my phone, my heart was gradually cleared and relieved. On the way back to our accommodation, Khun Max chose to take me on an adventure on an unfamiliar road. We went straight from the bridge of Wat Wong Khong, heading across the red light next to Wat Ratchapradit, turned right once, and then turn left again. After that, I found my bicycle stopped beside Wat Ratchaburana and Wat Mahathat, quiet and uncrowded, with a surprisingly beautiful view of the ancient site under the setting sun.


Khun Max and I stopped our bikes there, and we appreciated the sight, felt delighted with the aesthetics of Ayutthaya in the past. We let all the anxiety, stress, and discomfort disappeared at the end of the day. After that, although I had to ride a bicycle for about 10 kilometers back, seeing Ayutthaya from a different view; around the Rama Public Park where people came to exercise, in front of Wat Phra Si Sanphet that has become a place to relax, still made me unwound. I took the power of nature and beautiful ancient sites as inspiration for the next day.


Perhaps, maybe because I let my life enjoy an adventure and exciting things happening each day, so the very dull, boring days due to the current tragic situation could be bright again as in the past.





ดู 180 ครั้ง0 ความคิดเห็น