• คิดอย่าง

FIELD TRIP 09 I 06 I 64

อัปเดตเมื่อ 31 ต.ค. 2564

เรื่องโดย Anan Wattanathum

อานันท์ วัฒนธรรม


นักศึกษาฝึกงานโครงการอนุรักษ์วัดไชยวัฒนาราม ปี 2564

Intern of Wat Chaiwatthanaram Conservation Project (AFCP Wat Chai Internship 2021)


วันพุธที่ 9 มิถุนายน เป็นวันที่นักศึกษาฝึกงานในโครงการวัดไชยวัฒนารามจะได้ออกไปทัศนศึกษาเยี่ยมชมโบราณสถานที่สำคัญของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีพี่ ๆ นักโบราณคดีจากกรมศิลปากรมาเป็นวิทยากร ในตอนเช้าเรานัดเจอกันบริเวณหลังวัดไชยวัฒนารามเพื่อขึ้นรถตู้ไปยังอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ที่นี่เราได้เจอคุณสุกัญญา เบาเนิด ผู้อำนวยการอุทยาน ซึ่งได้พาเราชมศูนย์ข้อมูลซึ่งนำเสนอเกี่ยวกับการอนุรักษ์และพัฒนาโบราณสถานต่าง ๆ ทั้งในและนอกเกาะเมืองได้อย่างน่าสนใจ


On the 9th of June, it was a day of our first field trip during the AFCP internship program at Wat Chai Watthanaram. We were very eager to see many historical sites during the day. We were appointed to meet each other at our conservation site, then hopped into a van which will be our transportation for the rest of the day. Firstly, the tour reached Ayutthaya Historical Park Office with a band of FAD archaeologists who will lead our excursion. Khun Sukanya, a director who is very familiar to us, kindly brought us around a conservation center which displayed a summary of Ayutthaya’s glory and its pathway on conservation.



ใกล้ ๆ กับอุทยานฯ เป็นที่ตั้งของพระราชวังโบราณ วัดพระศรีสรรเพชญ์ และวิหารพระมงคลบพิตรซึ่งถือได้ว่าเป็นใจกลางของราชอาณาจักรอยุธยา ที่นี่เราได้ฟังพี่นักโบราณคดีบรรยายเกี่ยวกับการทำงานของกรมศิลปากรซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคประชาชนเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการทำงานตามหน้าที่ของหน่วยงาน หรือตามที่กฎหมายเกี่ยวกับโบราณสถานให้อำนาจไว้ ที่ผ่านมากรมศิลปากรได้ทำงานโบราณคดีหลายครั้งในพื้นที่วัดพระศรีสรรเพชญ์ ข้อมูลที่ได้บอกเราว่าวัดมีการสร้างและแต่งเติมหลายครั้งกว่าจะกลายเป็นโบราณสถานอย่างที่เราเห็นทุกวันนี้ กว่าจะชมวัดพระศรีสรรเพชญ์ทั่วก็เป็นเวลาเกือบเที่ยง เราได้นั่งรถตู้ไปพักกินข้าวเที่ยงกันที่ร้านก๋วยเตี๋ยวผักหวานที่ขายอาหารหลายอย่างและอร่อยมาก ก่อนจะออกเที่ยวชมสถานที่อื่นต่อไป


Next to the park is a location of the royal palace and its private temple, Wat Phra Sri Sanphet, as we now in the York of Ayutthaya! At this place we took our time to a brief of how FAD involve with local communities. Laws and announcements are not very useful without a collaboration. For example, Wihan Phra Mongkol Bophitr, royal shrine next to the palace which was renovated around 1940’s and now looked after by its own private charity.



วัดสุวรรณดาราราม เป็นวัดเก่าแก่สมัยอยุธยาวัดหนึ่งที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่เมื่อพระองค์เสด็จขึ้นครองราชสมบัติแล้ว วัดนี้อยู่ใกล้ ๆ ร้านก๋วยเตี๋ยวที่เราแวะทานข้าวเที่ยงกันเลยบังเอิญได้แวะชม ศิลปกรรมขึ้นชื่อของวัดนี้ได้แก่การทำหน้าต่างหลอก และทวยรับชายหลังคาที่สวยงาม นอกจากนี้ที่ท้ายวัดยังมีซากอาคารที่เชื่อว่าเป็นเว็จกุฎีหรือส้วมสำหรับพระสงฆ์ตั้งอยู่อีกด้วย


Wat Suwan Dararam, an ancient temple from old days. Being renovated by Rama I within his kingship had made a strong relation with The Royal House of Chakri, Bangkok’s royal family. The temple was next door to a noodle restaurant we went for lunch so coincident visit occurred. It was very famous for fantastic design of the roof supporters and ornamental windows.



วัดกระจี ปัจจุบันเป็นวัดร้างที่เหลือแต่เจดีย์อยู่ในเขตบ้านพักตำรวจ เดิมทีองค์เจดีย์มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นอยู่ แต่ได้ตายไประหว่างการตัดแต่งเพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับโบราณสถานได้ ที่นี่มีการใช้เทคโนโลยีหลายสายมาทำงานร่วมกับนักโบราณคดี ไม่ว่าจะเป็นวิศวกร หรือรุกขกร การขุดค้นบอกเราว่ายังมีซากอาคารอีกหลายหลังที่หลบซ่อนจากสายตาอยู่ใต้ผิวดิน


Ayutthaya is a city which police flat can also bare ruins. Wat Krachi was our next stop. There was only a stupa that survived. Primarily, a big tree unfortunately grown on the ruin but died out during the conservation. This made it became a big collaborative job between archaeologist, tree keeper, and engineer.




แหล่งเตานางเลิ้ง คงเป็นสถานที่ที่เราต้องอยู่บนรถนานที่สุด เป็นแหล่งโบราณคดีใหม่ที่กรมศิลปากรเพิ่งค้นพบและทำการขุดค้นไปไม่กี่ปีก่อน แหล่งเตานี้เป็นที่ผลิตเครื่องปั้นดินเผาประเภทหม้อมีลวดลายกดประทับใบใหญ่ ๆ ที่เรียกว่าหม้ออีเลิ้ง (เขาว่าเป็นคำไม่สุภาพ เรียกนางเลิ้งดีกว่า) และเตาเชิงกรานอีกแห่งหนึ่งที่นอกเหลือไปจากบริเวณคลองสระบัวซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีผ่านจดหมายเหตุต่าง ๆ ที่นี่เวลาบ่ายแดดร้อนมากจนทุกคนเห็นตรงกันว่าเราควรไปหากาแฟเย็น ๆ จิบต่อไป


วัดเชิงท่าเป็นวัดสุดท้ายของวัน ที่นี่มีทั้งโบราณสถานที่เป็นซากอาคารและเจดีย์มากมาย อยู่ร่วมกับพระสงฆ์ปัจจุบัน สิ่งของสำคัญในวัดคือธรรมาสน์สองหลังในศาลาการเปรียญที่เป็นโบราณวัตถุสมัยอยุธยาตอนปลาย และท่าน้ำขนาดใหญ่บริเวณหน้าวัดที่กรมศิลปากรเคยทำการขุดค้นไป


Nang Leong Kiln might be a destination with the longest route during the tour. It was a newly discovered and excavated site years ago. Excavation had unearthed a local kiln used to bake kinds of earthenware such as big pots and portable stove. Burning afternoon sunlight helped us to reach an agreement of a café rest a lot easier. Wat Cheong Tha was our last stop, this is one of many temples in the city that are still active. An excavation once presented a pier of Ayutthya time around the present river walkways. Two sermon thrones of the temple also a rare woodcraft from the empire’s time.




 

ภาพแถมท้าย



ดู 94 ครั้ง0 ความคิดเห็น